3 แนวคิดพื้นฐานของระบบ ISO 9001 version 2015

April 11, 2016

 

                    เนื่องด้วยองค์กรระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (The International Organization for Standardization : ISO) ได้กำหนดกรอบเวลาประกาศใช้มาตรฐานระบบการบริหารงานคุณภาพ ISO 9001 และมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001  ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้ถือว่าเป็นยกระดับการบริหารจัดการครั้งใหญ่ และมีความท้าทายเป็นอย่างมากขององค์กรที่จะนำไปใช้

 

                   ปัจจุบันมาตรฐานที่แก้ไขปรับปรุงใหม่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน 2558 เป็นระบบบริหารตาม ISO9001 และ ISO 14001 ฉบับใหม่ปี 2015 มุ่งเน้นให้ทุกองค์กรนำองค์กรสู่ความยั่งยืน โดยมีแนวคิดพื้นฐาน (Fundamental Concepts) 3 ข้อ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการ ดังนี้

 

1. เจตจำนงขององค์กร (The concept of organization purpose)

ต้องการทำให้องค์กรสามารถดำรง อยู่ได้อย่างยั่งยืน ในระยะยาว ที่นอกเหนือจากด้านการเงิน (Financial performance) ด้วยมุมมอง 3 ด้าน (Triple bottom lines) คือ ด้านเศรษฐกิจ (Economic performance) ด้านสิ่งแวดล้อม (Ecological performance) ด้านสังคม (Social performance) นอกจากนี้  องค์กรยังต้องมีการสื่อสารผ่าน วิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์  นโยบาย และวัตถุประสงค์เพื่อการ ปรับปรุง เพื่อให้ทุกคน ที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการได้​ 

 

2. สภาวะแวดล้อมภายนอก (The concept of external environment)

คือข้อจำกัดในการดำเนินงานซึ่ง ทำให้องค์กรต้องปรับตัวตาม (adapt) หรือต้องค้นหาแนวทางที่จะดำเนินการ (shape) ให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมภายนอกเหล่านั้น เพื่อบรรลุผลตามความตั้งใจขององค์กร และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน​

 

3. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (The concept of interested parties)

หมายถึงผู้ที่มีผลต่อการดำเนินงานขององค์กรทั้งระดับองค์กรและระดับบุคคล โดยหมายรวมถึงลูกค้า ผู้ลงทุน พนักงาน ผู้ส่งมอบ และสังคม ซึ่งองค์กรจะต้องเข้าใจความต้องการและความคาดหวัง (Need and Expectation) ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กร เพื่อนำมาใช้กำหนดแนวทางดำเนินการตอบสนองความต้องการและความคาดหวังดังกล่าว ตลอดจนสามารถทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกิดความผูกพัน (Engagement) ต่อองค์กร

 

ข้อกำหนดที่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ และเครื่องมือที่ช่วยในการดำเนินการ

 

ข้อกำหนด 4.1 การสร้างความเข้าใจในองค์กรและบริบทขององค์กรด้วย Future Management

เครื่องมือการบริหารกลยุทธ์ที่จะช่วยสร้างความเข้าใจในองค์กรและบริบทขององค์กร (Understanding the organization and its context) ตามข้อกำหนด 4.1 ของ ISOV2015 ด้วยมุมมองเชิงกลยุทธ์แบบ Outside-in คือให้องค์กรพิจารณาจากสภาวะแวดล้อมภายนอก และคาดการณ์ (Anticipate) ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต (Foresight) รวมถึงสภาวะแวดล้อมภายใน เพื่อสร้างกลยุทธ์แบบ Outside-in ที่สามารถบริหารอนาคต Future Management สู่ภาคการปฏิบัติ (Strategy Execution) อย่างครอบคลุมและทั่วถึง พร้อมการวัดผลการดำเนินงานด้วยมุมมอง Triple bottom lines

 

ข้อกำหนด 4.2 การสร้างความเข้าใจในความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย Stakeholder Engagement

เครื่องมือการบริหารจัดการ เพื่อช่วยกำหนดผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะการมุ่งเน้นถึงลูกค้า (Customer focus) และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มอื่นๆ ที่จะสามารถส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กรด้านคุณภาพและสิ่งแวดล้อมตามข้อกำหนด 4.2  ของ ISOV2015 นั้น เราจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจในความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย (Understanding the needs and expectations of interested parties) ด้วย Stakeholder Engagement พร้อมกำหนดแนวทางดำเนินการตอบสนองความต้องการและความคาดหวังดังกล่าว เพื่อทำให้เกิดความผูกพันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กร 

 

ข้อกำหนด 5,6,7,8,9 และ 10 การนำกลยุทธ์สู่ภาคปฎิบัติด้วย Holistic Management

ภาพรวมของการบริหารกลยุทธ์ และการบริหารแบบองค์รวมด้วย Holistic Management จะเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการนำกลยุทธ์แบบ Outside-in ที่สามารถบริหารอนาคตสู่ภาคปฏิบัติ (Strategy Execution)  ได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึงทั้งองค์กร พร้อมการวัดผลการดำเนินงานด้วยมุมมอง Triple bottom lines ให้สอดคล้องกับข้อกำหนด 5,6,7.8,9 และ 10 ของ ISOV2015 ทำให้เข้าใจถึงการนำองค์ประกอบ 4 มุมมองตาม Balanced Scorecard มาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างแนวทางการบริหารแบบองค์รวมอย่างมีประสิทธิผล

 

ข้อกำหนด 6.1 การสร้างความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการองค์กรเชิงกลยุทธ์ด้วย Risk-based Thinking

จะเป็นเครื่องมือการบริหารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการองค์กรเชิงกลยุทธ์ด้วยแนวคิดแบบ Risk-based Thinking ตามข้อกำหนด 6.1 ของ ISOV2015 โดยการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาส (Risks and Opportunities) ในระดับกลยุทธ์และระดับปฎิบัติการ  เพื่อบ่งชี้ วิเคราะห์ ประเมิน และการปฏิบัติต่อความเสี่ยงและโอกาส ในทุกกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารคุณภาพและสิ่งแวดล้อม

จากนั้นให้องค์กรนำข้อมูล สารสนเทศ และความรู้ ที่ได้จากการพิจารณาความเข้าใจบริบทหรือสภาพแวดล้อมการดำเนินงานขององค์กร  มาดำเนินการกำหนดขอบเขต (Scope) นโยบาย (Policy) บทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบ และอำนาจสั่งการ (Roles, Responsibilities and authorities) รวมถึงวัตถุประสงค์ (Objective) ของแต่ละหน่วยงาน (Functions) แต่ละระดับ (Levels) และแต่ละกระบวนการ (Processes) ที่เกี่ยวข้องและที่ได้พิจารณาความเสี่ยงและโอกาสแล้ว เพื่อดำเนินการวางแผนให้บรรลุวัตถุประสงค์ของระบบบริหารคุณภาพและสิ่งแวดล้อม

 

องค์กรจะต้องบริหารจัดการให้เกิดความเชื่อมโยงสอดประสานระหว่างหลักคิดพื้นฐานดังกล่าวกับหลักคิดด้านระบบบริหารคุณภาพและสิ่งแวดล้อม (Quality and Environmental Management System) โดยจะต้องสามารถประยุกต์ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ตามแนวทาง PDCA ของระบบบริหารคุณภาพและสิ่งแวดล้อม  เพื่อทำให้บรรลุเจตจำนงขององค์กรที่เข้าใจเข้าถึงความต้องการและความคาดหวัง รวมถึงสร้างความผูกพันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้มีต่อองค์กร  นอกจากนี้องค์กรจะต้องดำเนินงานที่คำนึงถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมภายนอกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งกระบวนการบริหารทั้งหมดข้างต้นจะเป็นการวางแนวทางการพัฒนาองค์กรให้เกิดความยั่งยืนด้านคุณภาพและสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง  และมีความพร้อมยื่นขอการรับรองมาตรฐานระบบบริหาร ISO 9001 และ ISO 14001 ฉบับปี 2015

 

#cr สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ

Please reload