5 Verbs ที่ควรรู้ไว้เพื่อใช้พิชิต TOEFL

November 19, 2015

 

          คำกริยาภาษาอังกฤษทั้ง 5 คำนี้เห็นบ่อยมากในข้อสอบ TOEFL และยังเป็นศัพท์ที่จะเห็นในหนังสือพิมพ์และบทความต่างๆในระดับ academic ด้วย รู้ศัพท์รู้ความหมายแล้วก็ต้องออกเสียงให้ถูกต้องด้วยนะคะ อาจได้ใช้ในช่วงทดสอบ speaking

 

1) Affect (V.)  

            ออกเสียงเน้นพยางค์หลัง อ่านว่า “เออะ-เฟ่คท” คำว่า เออะ ออกเสียงเบา-สั้น อย่าลืมออกเสียงตัว T ด้วยการปล่อยลมออกมาสั้นๆเบาๆ คำนี้มีความหมายดังนี้ค่ะ

 

1. ความหมายแรก: ส่งผลไปยัง... ; ส่งผลให้เกิด… (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลกระทบด้านลบ)

เรามักนิยมใช้ affect ในความหมายแรกมากกว่า

ตัวอย่าง: The weather affected everyone's mood. อากาศส่งผลต่อความรู้สึกของทุกคน

 

            2. ความหมายที่สอง: แสร้งทำ แสร้งเป็น แสร้งมี แสร้งรู้สึก สรุปคือการเสแสร้งต่างๆนั่นเอง

            Affect ในความหมายนี้ไม่ค่อยนิยมใช้กันเท่าไหร่

            ตัวอย่าง: She affected a cheery disposition despite feeling down หล่อนแสร้งทำเป็นรื่นเริงแม้ว่ารู้สึกเศร้า

 

            Affect ใช้เป็นคำนาม (ถ้าเป็นคำนามออกเสียงเน้นพยางค์แรกคือ “แอ๊ฟ-เฟค”) ได้เหมือนกัน แต่จะใช้ในบริบทเกี่ยวกับจิตวิทยา หมายถึง อารมณ์ หรืออาการที่คนแสดงออกด้วยการปรุงแต่ง เช่น His patient displayed a happy affect. คนไข้ของเขาแสดงอารมณ์มีความสุขอยู่ 

           

คำที่ใช้ใกล้เคียงกับ affect ทำให้เราสับสนในการใช้อยู่บ่อยๆคือคำว่า effect ทำไมเราจึงสับสน? เพราะ

 

1) ทั้ง 2 คำนี้เวลาเจ้าของภาษาพูดจะออกเสียงใกล้เคียงกันมากคือ “เออะ-เฟ่คท” ทั้งๆที่ถ้าให้เป๊ะ effect ต้องออกเสียงว่า “อี-เฟ่คท” 

 

 

2) ทั้ง affect และ effect เป็นได้ทั้ง verb และ noun

 

แม้ว่าทั้งสองคำมีความหมายและการใช้อื่น ๆ แต่โดยทั่วไปแล้ว affect จะใช้ในความหมายแรกคือ ส่งผลกระทบต่อ... ส่วน effect จะใช้เป็นคำนามในความหมายว่า ผลที่เกิดขึ้น สรุปง่าย ๆในการนำไปใช้ คือ affect เป็น กริยา ส่วน effect เป็น นาม  เช่น ตัวอย่างประโยคด้านล่างมีความหมายใกล้เคียงกันคือ การไม่นอนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของฉัน

Not sleeping affects my health.

Not sleeping has an effect on my health.

 

 

2) Detect (V.)
 

            ออกเสียงว่า “ดิ-เท่คทฺ' ” เน้นการออกเสียงที่พยางค์หลัง มีหลายความหมายเช่นกัน

ใน TOEFL ความหมายที่เห็นในข้อสอบบ่อยๆหมายถึง ตรวจพบสิ่งผิดปกติ สังเกตเจอสิ่งผิดปกติที่ยากที่จะตรวจเจอ

 

           เช่น This type of cancer is difficult to detect in its early stages. มะเร็งประเภทนี้ยากที่จะตรวจพบในระยะเริ่มแรก

 

 

 

3) Infer (V.)   


           ออกเสียงว่า “อิน-เฟอ” ออกเสียงเน้นหนักพยางค์หลัง
 

           มีความหมายว่า to reach an opinion or decide that something is true on the basis of information that is available ก็คือการลงความเห็น สรุป  อนุมานจากหลักฐานอะไรบางอย่าง อย่างเช่นเราเห็นคนใส่ชุดเครื่องแบบตำรวจเราเลยอนุมานหรือสรุปว่าคนๆนั้นมีอาชีพเป็นตำรวจ
 

          ตัวอย่างการใช้คือ We inferred that he was a police man from his police uniform.
 

          การใช้ infer มักจะสับสนบ่อยๆกับคำว่า imply (v.) imply จะใช้เมื่อต้องการสื่อความหมายอ้อมๆ บอกใบ้ให้เข้าใจเองประมาณนี้ เช่น War implies fighting and death สงครามสื่อถึงการต่อสู้และความตาย

 

 

4) Mark (V.)   

           ออกเสียงว่า “ม่าร์ค” คำเดียวก็ออกเสียงหนักแน่นทั้งพยางค์เลย คำนี้ก็มีหลายความหมายมากๆ

1. ความหมายแรก: ทำเครื่องหมาย

They mark down goods at that shop. พวกเขาทำเครื่องหมายลงบนสินค้าที่ร้าน

3. ความหมายที่สาม : ทำเครื่องหมายเพื่อระลึกถึงและเฉลิมฉลอง

I have marked my wedding anniversary on my calendar. ฉันทำเครื่องหมายบนวันครบรอบแต่งานของฉันลงบนปฏิทิน

2. ความหมายที่สอง: เคยบอกให้ สังเกต เฝ้าระวัง บางสิ่งบางอย่าง

เช่น He will have a trouble if he continues work like this, mark my words. เขาจะมีปัญหาถ้าเขายังทำงานต่อไปแบบนี้ เฝ้าดูไว้ (ว่าสิ่งที่ฉันพูดจะเป็นจริง)

 

5) Convey (V.)  

           ออกเสียงว่า “คัน-เว่ย’ ” ออกเสียงหนักพยางค์ที่สอง

1) ความหมายแรก : สื่อสาร ถ่ายทอด ความคิด หรือความรู้สึกให้ผู้อื่นได้รับรู้

เช่น This song cannot convey my sad feeling. เพลงนี้ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกเศร้าของฉันได้

2) ความหมายที่สอง : ขนส่ง นำ พา

เช่น A taxi driver was waiting to convey her home คนขับแท็กซี่กำลังรอที่จะส่งเธอกลับบ้าน

Please reload