2 ข้อเบสิคในการพูดภาษาอังกฤษให้ชัด (ตอนที่ 2 – สุดท้าย)

September 11, 2015

             เราพูดถึงหัวใจหลักหรือเบสิคการพูดภาษาอังกฤษให้ชัดข้อแรกไปแล้วนะคะ ซึ่งนั่นก็คือการเน้นเสียงหนัก-เบาในคำให้ถูกต้อง (Word Stress) ซึ่งข้อนี้ถ้าออกเสียงได้ชัดก็จะสื่อสารได้ตรงตามศัพท์และความหมายที่ต้องการค่ะ ถ้าเราเน้นเสียงหนัก-เบาในคำผิดก็คล้ายๆกับที่ต่างชาติพูดประโยค “ใครขายไข่ไก่” เราคนไทยจะได้ยินประมาณว่า “คราย-คาย-ไค-ก่าย” ทำให้เรามึน ฉันใดฉันนั้นความมึนนี้เกิดขึ้นกับผู้ฟังที่เป็นเจ้าของภาษาอังกฤษเหมือนกันสำหรับการพูดอังกฤษแบบไทยๆของเราที่เน้นหนัก-เบาในคำผิดเพี้ยนไป

 

           ต่อไปเราจะต่อกันด้วยเรื่อง การเน้นเสียงหนักในประโยค (Sentence Stress) ที่เป็นหลักสำคัญอีกข้อสำหรับการปรับเสียงพูดภาษาอังกฤษให้ชัด ประโยคในภาษาอังกฤษมีการเน้นเสียงหนัก-เบามากน้อยจะขึ้นอยู่กับความยาวของประโยค เน้นผิดก็ผิดความหมายเลยค่ะ ภาษาไทยเราเวลาพูดมีวรรณยุกต์และเสียงพยัญชนะสูงต่ำกำกับไว้ตลอด ซึ่งตรงนี้เป็นความแตกต่างที่ภาษาอังกฤษไม่มี เค้าต้องออกเสียงหนักเบาขึ้นสูงต่ำตามอารมณ์เน้นคำหลักส่วนคำที่ไม่ค่อยสำคัญเท่าไรก็จะรวบหรือลดรูปไปเลยเช่น a an the of and เป็นต้น ซึ่งตรงนี้แหละค่ะที่ทำให้คนไทยฟังไม่เข้าใจเพราะเราพยายามจะฟังทุกคำแบบภาษาตัวเอง แต่ถ้าเราตั้งใจเน้นนะคะว่าตั้งใจฟังเพื่อสื่อสารให้สัมฤทธิ์ผล เราก็เข้าใจเหมือนกันค่ะเพราะคำที่เค้าออกเสียงชัดจะเป็นคำที่สำคัญสื่อความหมาย ฟังแล้วก็พอทราบได้เหมือนกันว่าจะพูดอะไร

 

          จากที่โค้ชฝนสรุปด้านบนจากประสบการณ์ ก็มาดูรายละเอียดจากตำราเรียนภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยรามคำแหงกันเลยค่ะ แม้จะวิชาการไปหน่อยแต่ละเอียดและให้ตัวอย่างเยอะดีและจะเห็นภาพที่บอกไว้ด้านต้นชัดเจนขึ้น ถ้าใครที่ทำงานแล้วจะฝึกฟังและปรับเสียงภาษาอังกฤษเพื่อทำงานเน้นๆกันเลย สามารถเข้าไปดูที่ YouTube แชนแนลของ Coach Fon ได้ค่ะ 

 

 

#1. เน้น Content words 

 

#2. มีเสียงเบา ไม่ออกเสียงชัดทุกคำ

 

 

#3. หยุดพักบ้างเพื่อเสริมความหมาย

#4. ออกเสียงเชื่อมคำหรือพยางค์

                4 ข้อด้านบนเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในการพูดประโยคภาษาอังกฤษสรุปคือเวลาเราฟังเจ้าของภาษาอังกฤษพูด จะได้ยินแค่เสียงคำที่เป็นคำหลักๆในการสื่อความหมายเท่านั้น คำอื่นๆไม่สำคัญจะเบาและอาจเชื่อมไปกับคำอื่นๆที่ตามมาและมีจังหวะหยุดแพร๊บเพื่อเน้นความหมาย

 

              ที่นี้มาดูรายละเอียดถึงระดับเสียงสูงต่ำในภาษาอังกฤษ (Intonation) และจังหวะการหยุดในการพูดภาษาอังกฤษกันบ้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               เป็นไงคะตำราเรียนเค้าแจงการใช้เสียงมาให้โดยละเอียดยิบ เห็นแล้วใช่ไหมคะว่าถ้าเราออกเสียงสูงต่ำผิดไปความหมายก็จะผิดไปด้วย ต่อไปมาถึงเรื่องการเว้นวรรคตอน ซึ่งเป็นรายละเอียดสุดท้ายที่อยากให้พวกเราตระหนักไว้ค่ะ

 

 

ใครที่อ่านมาทั้งหมดนี้อาจนึกท้อแค่จะออกเสียงมันยากเพียงนี้หรือ? วิธีลัดคือแนะนำให้ดูภาพยนตร์หรือซีรี่ย์มากๆแล้วทำตามขั้นตอนนื้คือ 1) ฟัง 2) สังเกต 3)พูดตามที่ได้ยิน เลือกเอาแค่ฉากสั้นๆฉากเดียว ฟัง สังเกต พูดตาม คุณจะเห็นอารมณ์ของตัวละครที่ส่งผ่านบทสนทนาที่จะใช้เสียงหนัก-เบา-สูง-ต่ำ ในการสื่อความหมายและแสดงอารมณ์ตามหลักวิชาการด้านบนเลยทีเดียว ขอให้สนุกกับการฝึกปรับเสียงภาษาอังกฤษแบบไทยๆให้เป็นอินเตอร์ค่ะ

 

Please reload