FAQ

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับการทำระบบ

ISO 22301:2012 

การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ

1) ความหมายและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับ ISO 22301 (Business Continuity Management)

Business Continuity Management (BCM) การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ หมายถึง องค์รวมของ กระบวนการบริหารซึ่งชี้บ่งภัยคุกคามต่อองค์กรและผลกระทบของภัยคุกคามนั้นต่อการดำเนินธุรกิจ และให้แนวทางในการ สร้างขีดความสามารถให้องค์กรมีความยืดหยุ่น เพื่อการตอบสนองและปกป้องผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และกิจกรรมที่สร้างมูลค่าที่มีประสิทธิผล

 

กระบวนการ BCM นั้นต้องประกอบไปด้วย

1) Business Continuity Plans (BCP) หรือ แผนความต่อเนื่องทาง ธุรกิจ และ

2) Incident Management Plans (IMP) หรือ แผนจัดการอุบัติการณ์ฉุกเฉิน

 

โดย BCP คือ เอกสารที่รวบรวมขั้นตอน และข้อมูลซึ่งทำให้องค์กรพร้อมที่จะนำไปใช้เมื่อเกิดอุบัติการณ์ เพื่อให้ สามารถดำเนินการในกิจกรรม หรือกระบวนการหลักในระดับที่กำหนดไว้

ส่วน IMP คือ แผนหรือแนวทางปฏิบัติที่กำหนดไว้เพื่อใช้เตรียมความพร้อมของระบบป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน และผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น อัคคีภัย ภัยธรรมชาติ สารเคมีรั่วไหล การก่อวินาศกรรม ฯลฯ ที่อาจเป็นเหตุ ให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อม

2) การทำระบบ BCM เหมาะกับธุรกิจ SME หรือไม่?

สำหรับองค์กรที่เคยมีประสบการณ์ในการพัฒนาระบบ ตามแนวทางของมาตรฐานสากลดังเช่น ISO จะพบว่ามาตรฐาน เหล่านี้จะมีคุณลักษณะเฉพาะตัวที่สำคัญสององค์ประกอบ คือ

1) มักจะถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับทุกประเภทของอุตสาหกรรม ไม่ว่าอุตสาหกรรมนั้นจะเป็นองค์กรที่มีขนาดใดก็ตาม หรือจะเป็น ภาครัฐหรือภาคเอกชน การผลิตและการบริการ

2) ไม่ได้มีการระบุ อย่างชัดเจนว่าการดดำเนินการตามมาตรฐานนั้นๆ มีแนวทาง อย่างไร (How) แต่มุ่งเน้นถึงสิ่งที่ ”ควร” (Should) หรือสิ่งที่ “ต้อง” (Shall) มี

จากสาเหตุข้างต้น การพัฒนาระบบฯ ตามมาตรฐานเหล่านี้จึง มักขึ้นอยู่กับว่าแต่ละองค์กรตีความ หรือเลือกที่จะดำเนินการเพื่อได้มาซึ่งสิ่งที่มาตรฐานกำหนดอย่างไร

ความสำเร็จของทำระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ อยู่ที่ การวางกลไกในการตอบโต้ต่อสถาการณ์วิกฤติที่นำไปสู่การหยุดชะงัก และการพลิกฟื้นกิจการจนคืนกลับสู่สถานะปกติ และปกป้องชื่อเสียง และความยั่งยืนของกิจการหลังหยุดชะงักจากอุบัติการณ์ คงรักษาฐานลูกค้าไว้ได้ และไม่สูญเสียแหล่งเงินที่สนับสนุนเงินทุนในการดำเนินกิจการ

3) การทำระบบ ISO 22301:2012 มีองค์ประกอบหลักอะไรบ้าง?

การจัดทำ BCM มีองค์ประกอบ 3 อย่างตามลำดับความสำคัญ ได้แก่ คน (People), สถานที่และอุปกรณ์ (Infrastructure) และแผน (Plans)

 

โดยมีรายละเอียดโดยสังเขปดังนี้

1) คน (People) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด โดยต้องมีการกำหนดโครงสร้างองค์กรและบทบาทหน้าที่ของบุคลากร รวมทั้งสายบังคับบัญชาให้ชัดเจน เพื่อให้การใช้อำนาจตัดสินใจและการสื่อสารในช่วงวิกฤติมีประสิทธิภาพ นอกจาก นั้นบุคลากรต้องได้รับการฝึกฝนแผน รวมทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อให้ทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (Teamwork) ใน สภาวะวิกฤติให้ได้ นอกจากนั้น ต้องกำหนดบุคลากรสำรองเพื่อการทำงานในสภาวะวิกฤติด้วย ได้แก่ ทีมสนับสนุน การจัดการกรณีวิกฤติทีมกู้คืนทางธุรกิจ และทีมกู้คืนทางด้าน IT

 

2) สถานที่และอุปกรณ์(Infrastructure) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญรองลงมา โดยสถานที่ตั้งสำรองในกรณีวิกฤติ นั้นไม่ควรอยู่ใกล้สถานที่หลัก(ศูนย์บัญชาการ) เกินไป และต้องมีอุปกรณ์การสื่อสารและ IT ที่ดีเพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วยามเกิดวิกฤติการณ์ รวมถึงต้องมีระบบสำรองข้อมูลที่ดี โดยต้องจัดเก็บสำรองข้อมูลไว้นอกสถานที่

3) แผน (Plans) เป็นองค์ประกอบสุดท้าย โดยการจัดทำแผนต้องคำนึงถึงแผนที่มุ่งเน้นกระบวนการที่จำเป็นต้องปฏิบัติ เข้าใจง่าย ชัดเจน  และมีการประสานงานกับท้องถิ่น ภาครัฐ และหน่วยงานกำกับดูแล รวมทั้งต้องรวมแผนการเคลื่อนย้ายคนเป็นส่วนหนึ่งของ BCM ด้วย โดยแผนต่างๆเหล่านี้ต้องมีการทดสอบและปรับปรุงอยู่สม่ำเสมอ

ชำระค่าอบรมโดยโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ :

บริษัท โปรเฟสชันแนลวัน เอ็ดดูเคชั่น จำกัด

เลขที่บัญชี : 799-2-47025-5 ธนาคารกสิกรไทย สาขาสำนักพหลโยธิน