กลยุทธ์การวิเคราะห์

และการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์

แนวคิดและความจำเป็น

        ไม่มีมนุษย์คนใดที่ยังไม่เคยพบเจอกับ “ปัญหา” ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในการใช้ชีวิต ปัญหาในการเรียนรู้ ปัญหาในการทำงาน เพียงแต่ปัญหานั้นจะมีความซับซ้อนไม่เท่ากัน ความยากง่ายในการจัดการก็ต่างกันออกไป เพียงแต่เราจะต้องหาวิธีการจัดการให้ปัญหาที่มีอยู่นั้นหมดไป ไม่ใช่เพียงแค่ซื้อเวลาให้ปัญหาหยุดลงชั่วคราว

        ในการทำงาน “ปัญหา” จะเป็นเสมือนครูที่คอยสอนเราว่า เราควรจะมีแนวทางในการบริหารงานอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในครั้งต่อไป หรือจะมีแนวทางการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาได้อย่างไร ดังนั้น ปัญหาจึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวหรือเป็นอุปสรรคดังเช่นที่เข้าใจกัน ขอเพียงมีแนวทางการจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นจบสิ้นอย่างถาวร

 

เป้าประสงค์ของหลักสูตร :

         มุ่งหวังให้ผู้เข้าอบรมสามารถวิเคราะห์ แยกแยะและระบุประเภทของปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งระบุวิธีการจัดการได้ รวมถึงใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาและสินใจได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ขอบเขตเนื้อหาของหลักสูตร
  1. ระบบความคิดที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการวิเคราะห์ปัญหาและการตัดสินใจอย่างสร้างสรรค์

    1. ระบบความคิดเชิงบวก เพื่อให้ผู้ดำเนินการแก้ไขปัญหามองภาพรวมของปัญหาตามความเป็นจริง มิใช่มองเพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น ส่งผลให้ได้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงสำหรับการวางแผนการแก้ไขปัญหาและการตัดสินใจ

    2. ระบบความคิดเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้ดำเนินการแก้ไขปัญหาสามารถกำหนดวิธีการหรือแนวทางในการจัดการกับปัญหา โดยใช้วิธีการใหม่ ๆ หรือวิธีการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

    3. ระบบความคิดเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้ผู้ดำเนินการแก้ไขปัญหาสามารถวิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุของปัญหาได้อย่างเป็นระบบ ตลอดจนสามารถวิเคราะห์ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการใช้วิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

  2. กระบวนการวิเคราะห์ปัญหาและการตัดสินใจ

    1. เทคนิคการวิเคราะห์ประเภทของปัญหา

    2. ลำดับขั้นที่ 1 : การวิเคราะห์สถานการณ์ เพื่อให้ได้มาซึ่งปัญหาที่ควรค่าแก่การแก้ไข

    3. ลำดับขั้นที่ 2 : การวิเคราะห์ปัญหา เพื่อให้ได้มาซึ่งสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาและควบคุมได้

    4. ลำดับขั้นที่ 3 : การวิเคราะห์การตัดสินใจ เพื่อให้ได้มาซึ่งเป้าหมายและแนวทางในการจัดการกับสาเหตุของปัญหาอย่างรอบด้าน

    5. ลำดับขั้นที่ 4 : การวิเคราะห์ผลกระทบ เพื่อให้ได้มาซึ่งมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการนำแนวทางในลำดับขั้นที่ 3 ไปปฏิบัติ

  3. เครื่องมือสำคัญในกระบวนการ

    1. เทคนิคการใช้ Selection Matrix และ Weight Sum Method ในการค้นหาปัญหาที่ควรค่าแก่การแก้ไข

    2. เทคนิคการใช้ Ishikawa Diagram ในการวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงปัญหา

    3. เทคนิคการวิเคราะห์ทางเลือกเพื่อแก้ปัญหา ในการกำหนดแนวทางการจัดการกับปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    4. เทคนิคการใช้ตารางประเมินผลกระทบ (Side Effect) ในการวิเคราะห์ผลกระทบเพื่อกำหนดมาตรการในการป้องกันและแก้ไขผลกระทบดังกล่าว